2008/Jan/12

ก่อนอ่าน  (เผื่อผู้ไร้เดียงสาหลงเข้ามา)

1. นี่เป็นเรื่องราวของชายรักชาย รับไม่ได้อย่าอ่าน และอย่ามาบอกว่ารับไม่ได้ 

(เพราะกุจะรำคาญ) 

2. นี่คือเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการเท่านั้น ไม่มีเนื้อหาส่วนใดเกี่ยวข้องกับชีวิตจริงของสมาชิกวงอราช

 

 

 

เรื่องนี้แต่งขึ้นในปีพ.ศ. 2547

 

 

 

Special HBD Sho x Masaki : Long love letter

 

 

เสียงเปียโนพริ้มแผ่วกังวาลไปตามสายลม นิ้วเรียวยาวที่สัมผัสลิ้นเปียโนสีขาวเป็นเสียงพลงที่หวานซึ้งที่สุดเท่าที่ได้ฟังมา...ความอ่อนหวาน...ความนุ่มละมุน ทุกอย่างอยู่ที่ปลายนิ้วของผู้ชายชื่อ ซากุราอิ โช

ชายหนุ่มร่างโปร่งผิวสีแทนละมือจากเปียโนแก้วกระจ่างใส นัยต์ตาอ่อนหวานมองไปยังหน้าต่างสีใสที่เต็มไปด้วยหมอกจาง ๆ พลางกระชับเสื้อไหมพรมสีน้ำเงินให้แนบสนิทขึ้น เพื่อบรรเทาความหนาวเหน็บของอากาศปลายเดือน

 

รถส่งจดหมายคันสีขาวแล่นผ่านหน้าบ้าน สายตาเหงา ๆนั่นเริ่มทอประกายแห่งความหวังมากขึ้นเรื่อย ๆ

นั่นไง...คนสงจดหมาย

 

"เจอแล้ว"ชายหนุ่มยิ้มกว้างด้วยความอิ่มเอมใจ จดหมายเกือบสิบฉบับ มีเพียงฉบบเดียวที่ต้องการ

 

จดหมายจากจิบะ

 

ชายหนุ่มลดตัวลงนั่งบนโซฟาสีเบจ...พลิกซองจดหมายนั่นครั้งแล้วครั่งเล่า แล้วก็ต้องอมยิ้มอยู่คนเดียว เมื่อนึกถึงใบหน้าหวานใสของคนส่ง   ไอบะ   มาซากิ

ถึง โชจัง

เป็นยังไงบ้าง อย่าเพิ่งโกรธนะ รู้หรอกน่าว่าไม่ชอบให้เรียกว่าโชจัง

แต่มันน่ารักนี่นะ เอาเป้ฯว่าฉันจะเรียกก็แล้วกัน 

โชจัง โชจัง โชจังจัง  (^o^)

 

อ่านได้ไม่ถึงสองบรรทัด นักร้องคนดังก็ยิ้มแก้มแทบปริ พร้อมกับหลับตาลงจินตนาการภาพคนน่ารักที่เอาแต่งเถียงเค้าเมื่อปีก่อน จะเรียกเค้าว่าดชจังให้ได้ ไม่รู้ว่ามันน่ารักตรงไหน ไอ้คำว่า-จัง-เนี่ย

 

 

ตอนนี้ฉันสบายดีล่ะ แต่อากาศหนาวเนอะ เนี่ยมือแข็งจนเขียนอะไรไม่ออกเลย

ทะเลหน้าหนาวที่จิบะสวยมากๆเลย อยากให้โชมาเห็นจัง แต่คงไม่ว่างใช่มั้ย

ไม่เป็นไร ฉันส่งรูปมาให้ดูด้วย มองทะเลไป ฟังเพลงของโชไป

สุขใจมากๆเลย

 

 

คนอ่านหยิบรูปสามสี่ใบที่ไอบะแนบมาดูทีละใบ ๆ  ทะเลสีน้ำเงินอมเทาสวยก็จริง

แต่ในสายตาโช ไอบะสวยกว่าเป้ฯไหน ๆ รูปใบสุดท้าย ร่างโปร่งบางผิวขาวสะอาด

นัยต์ตาสีน้ำตาลอ่อนสีเดียวกับเส้นผมสะบัดพริ้วไปตามแรงลม

ยูสุเกะน้องชายคงถ่ายให้สินะ

 

น้องชายฉัน ยูสุเกะน่ะจำได้ใช่มั้ย  ก็บอกว่าเพลงของโชเพราะล่ะ   พูดจากใจจริงเลยนะ อืมลืมบอกเลยอีกเรื่องหนึ่ง อีกไม่กี่เดือนฉันก็จะเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้วนะ สอบครั้งนี้ก็จะพยายามล่ะโชก็เหมือนกัน พยายามเข้าน่ะ ( ^ O ^)  อืม…….ไม่มีอะไรจะเขียนแล้วมือเย็นมาก ๆเลย แค่นี้ก่อนนะ    

ปล. รักษาสุขภาพล่ะ ใส่เสื้อหนา ๆนะจะได้ไม่เป็นหวัด

                                                                               มาซากิ

คนอ่านมีแต่รอยยิ้ม…….ยิ้มที่เป็นสุข………พับจดหมายเก็บใส่ลิ้นชักรวมกับจดหมายเดิมเป็นสิบ ๆฉบับจดหมายที่มีคนเพียงคนเดียวเขียนมา  ไอบะ  มาซากิ

 

 

                                   

 

 

                                    + + + + + + + + + +

 

 

 

 

 

รออะไร ถามคนถูกถามส่ายหน้าช้า ๆ  แต่ดวงตากลมใสยังคงมีความหวังชะเง้อรออะไรบางอย่างที่ตัวเองรู้ดีว่าคงไม่มีทางแต่ทั้ง ๆที่รู้ก็ยังเฝ้ารอทุกครั้งที่ส่งจดหมายไป  รอจดหมายจากเจ้านักร้องดังนั่นล่ะสิ อืม พยักหน้าตอบเลิกรอสักทีเถอะ รู้ไม่ใช่เหรอว่าไม่มีทางโชจังคงไม่ว่าง ก็นักร้องดังนี่น่าเนอะยุสุเกะหันมาพูดกับน้องชายนี่เค้าไม่เรียกว่ารู้  อากาศเย็นมากแล้วนะ เข้าบ้านเหอะน้ำเสียงที่พูดกระชากเหมือนรำคาญ แต่ใจจริงก็อดสงสารไม่ได้ยูสุเกะ เข้าไปก่อนเถอะ จะรออีกนิดน่ะยังยิ้มยังร่าเริงไม่เคยหมดความหวังเลยสักครั้งมาซากิ! “นะยูสุเกะพี่จะรอตามใจน้องชายกระแทกเสียงด้วยความโมโห         ตลอดเวลาเกือบหนึ่งปีที่ผ่านมาไอบะเขียนจดหมายไปหาซากุราอิ  โชทุกเดือน มีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่ได้ตอบกลับมาจากคนใจแข็งนั่นซองจดหมายสีน้ำตาลเข้มพร้อมกับMDสีเงินแปะรูปกระต่ายสีขาวข้างล่างมีข้อความสั้นเป็นภาษาอังกฤษ   ~ Our song~    

กระดาษสีขาวลายกระต่ายที่ค่อนข้างยับเพราะเจ้าตัวอ่านแล้วอ่านอีก ข้อความเดิม ๆ ไอบะอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนท่องได้ขึ้นใจแล้วมั้ง   

ถึง มาซากิ  

             

MDที่ส่งมาให้เป็นเพลงที่มีแค่นายได้ฟังคนเดียวเท่านั้น เพลงของเราเก็บเอาไว้ฟังนะ เพลงนี้เพื่อนายคนเดียว….   

รักษาสุขภาพด้วย                                                                                                                                                                                                                              โช    

ไอบะเก็บกระดาษสีขาวลงลิ้นชัก นิ้วเรียวกดปุ่มเพลย์…..

บทเพลงแห่งความรัก…..กำลังก้องอยู่ในโสตประสาท

                                                       + + + + + + + + + + + + + + +

ภายในห้องกระจกใสชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสบาย ๆ นั่งฟังเสียงผลงานตัวเองที่อะเร้นไว้เมื่อวันก่อนอีกครั้งหาข้อผิดพลาดให้น้อยที่สุด….ก่อนที่จะออกวางจำหน่ายเป็นซิ้งเกิล 

เร็วกว่าที่คิดนะ ซากุราอิ ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง นัยตาสีเข้มแตะไหล่เบา ๆแต่งไว้นานแล้ว  แล้วนายล่ะมัตสึจุน ได้ข่าวว่ากำลังหานักร้องใหม่อยู่ไม่ใช่หรือไงมัตสึโมโตะ จุนนักแต่งเพลงชื่อดังที่ใคร ๆก็รู้จักกันในนาม  M.     JUN  จุนเป็นเพื่อนสนิทกับโชมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลายจนกระทั่งเข้ามหาวิทยาลัยโชเรียนที่ญี่ปุ่นจบจากมหาวิทยาลัยอับต้นของประเทศส่วนจุนเลือกเข้าเรียนที่ประเทศอเมริกาในมหาลัยที่มีชื่อเสียงเกียวกับดนตรีโดยเฉพาะเพราะฉะนั้นจึงไม่ต้องสงสัยในฝีมือเลยแม้แต่น้อยเออสิว่ะลำบากชะมัดบางคนสวยแต่เสียงห่วยบางคนเสียงพอไปวัดไปวาแต่หน้าไม่ผ่านว่ะพูดถึงคนที่มาออดิชั่นอย่างเซ็ง ๆ ทำไมคนเก่งมันหายากจังว่ะ 

~เฮ้อ~ 

โชส่ายหัวยิ้ม ๆกับอาการของเพื่อนรักที่ไม่เปลี่ยนแปลงพูดอะไรไม่เกรงใจความรู้สึกคนอื่นเลยยิ้มอะไรของนายว่ะซิงเกิ้ลใหม่เพลงอะไร“ Our song กับ White Christmas Eve”ทันทีที่โชบอกชื่อเพลงจบ จุนก็ขำกระจายโอ๊ยไอ้โชเพลงยังกับเด็กและนี่ถ้าเดาไม่ผิดแกต้องวางขายวันที่24ด้วยใช่มั้ยใช่วางขายพร้อมคอนเสริตรอบพิเศษที่โตเกียวโดมเอาจริงอ่ะงั้นก็อีกไม่ถึงเดือนอ่ะดิโชพยักหน้าแทนคำตอบ นึกถึงคนพิเศษที่เค้าอยากให้มาด้วยคนเพียงคนเดียวที่เค้าตั้งใจจะมอบเพลงนี้ให้เป็นของขวัญวันเกิด……

เพลงที่ทำให้เค้ามีวันนี้เพลงที่ทำให้เค้าเข้มแข็งเพลง

to be con....naja

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 

 

 

2008/Jan/10

Fiction:pure wings (ด้วยปีกแห่งรัก)

   

คุณเคยถามตัวเองมั้ย? ว่าลมหายใจคุณมีไว้เพื่อใคร

ทุกวันคุณใช้ชีวิตแบบไหน  หรืออยู่เพื่ออะไร 

ผมเฝ้าหาคำตอบจากผู้คนมากมาย  แต่สิ่งที่ได้รับกลับกลายเป็นเพียงความว่างเปล่าคำตอบของผมอยู่ในที่ไกลแสนไกลความรักของผมถูกซ่อนไว้ในที่ห่างไกล

และผมหามันไม่เจอแต่จอน ผู้ชายธรรมดาคนนี้ เขาหามันเจอ

ความรักของผมเป็นของเขา

เขาจะรู้มั้ย?  ว่าผมรักเขามากแค่ไหน    เขาจะรู้มั้ย?

ว่ารอยสักบนแขนผมหมายความว่าอะไร     

ทีผมถามอะไรคุณหน่อยได้มั้ย จอนถาม แต่กลับไม่มองหน้าคนรัก 

นัยตาเรียวจ้องมองรอยสักบนต้นแขนทีด้วยความสนใจ  

เมื่อหลายเดือนที่แล้วหัวใจดวงนี้เกือบบินหนีไปยังอีกฟากฟ้าหนึ่งที่ไม่มีเขา

อะไรครับมองผมไปยิ้มไปอย่างนี้…”ทีถามด้วยรอยยิ้ม 

 ต่างจากนัยตาร้อนแรงที่มองร่างนุ่มนิ่มในอ้อมแขนราวกับ

ไม่แน่ใจในรักที่จอนมอบให้ตัวเอง

  ถ้าคุณมีปีกปีกของคุณจะเป็นสีอะไร จอนถามน้ำเสียงจริงจัง

ฝ่ามืออุ่นลูบเบา ๆตรงรอยสักรูปหัวใจกางปีกบนแขนที

ปีกสีขาวบริสุทธิ์ที่คอยทิ่มแทงหัวใจจอนทุกครั้งที่ได้มอง 

ทั้ง ๆที่มันเป็นตัวแทนของความผุดผ่อง แต่ความรักระหว่างเขาและที

มันช่างให้ความรู้สึกเจ็บปวดตลอดเวลา

ยามปีกนั้นสยายไปตามท้องฟ้าที่ถูกขีดด้วยมือของคนอื่น

ไม่รู้สิสีขาวมั้ง…”ทีตอบเหมือนไม่ใส่ใจ  

ทั้ง ๆที่กลางหลังรู้สึกเจ็บปวดกับปีกสีดำที่กำลังผุดขึ้นมาอย่างช้า ๆ 

แล้วของคุณล่ะ จอนปีกของคุณเป็นสีอะไรใช่สีเดียวกับผมหรือเปล่า

ไม่ใช่หรอกที…”จอนส่ายหัว น้ำเสียงหวานหม่นหมองเมื่อพูดประโยคต่อไป

ปีกของผมไม่ใช่สีขาวปีกของผมเป็นสีดำ

มันคอยฉุดปีกสีขาวของคุณให้แปดเปื้อนทุกวินาที

จะสีไหนผมก็ยอมแม้จะย้อมด้วยเลือดผมก็จะอยู่กับคุณจอน…”

ทีบอกด้วยหัวใจลิงโลด  อ้อมแขนแกร่งกอดกระชับร่างจอนแนบแน่น   

มันเป็นเขาต่างหากที่กักขังจอนเอาไว้ด้วยปีกสีดำ

ปีกแห่งซาตานที่มองไม่เห็น แต่แผ่ขยายในความรู้สึกครอบครองทั้งตัวและหัวใจ 

ทั้ง ๆที่เมื่อปีก่อนปีกสีขาวของจอนยังคงบริสุทธิ์และบอบบาง

พร้อมที่จะกระพือหนีจากเขาไปทุกเวลา 

  แม้จะตายก็จะไม่ไปไหนใช่มั้ย?“จอนช้อนตามองที่ริมฝีปากที 

เพื่อรอคำตอบ แต่ไม่รู้ทำไมถึงไม่ยอมสบตา….เขาไม่กล้ามองตาที….

มันคล้ายกับว่าจะกลืนกินเขาเหมือนกับอ้อมกอดแน่นหนาที่รัดตัวเขา

ให้จมไปกับแผ่นอกอุ่นมากขึ้นทุกขณะ

ต่อให้ตายก็จะไม่ทิ้งไปไหน….”เสียงทีเอ่ยคล้ายคำสาบาน 

ใบหน้าหล่อเหลาแนบลงบนเส้นผมนุ่ม กลิ่นแชมพูเจือจาง

สร้างความเจ็บปวดให้ทีมากมาย เมื่อนึกถึงช่วงเวลาที่เขาปล่อย

ให้ร่างในอ้อมแขนต้องเผชิญกับห้วงแห่งพายุฝนเพียงลำพัง     

  ผมรักคุณนะที จอนเอ่ยเสียงแผ่ว  สายตายังคงจับจ้อง

ปีกสีขาวบนท่อนแขนที แล้วภาวนาในใจต่ออะโฟไดร์ เทพีแห่งความรักผู้งดงาม 

ขอให้รักยั่งยืน….ตลอดกาล 

ทียิ้มกับคำบอกรัก  นัยตาสีอ่อนวูบไหว……. 

เมื่อ 2 ปีก่อน 

ฝนตกพร่ำ ๆช่วงหัวค่ำทำให้ถนนชื้นแฉะ  เสียงรถราจอแจ 

กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นจากร้านสตาร์บัคส์เชื้อเชิญให้ทีก้าวเข้าไปในร้าน  

ลาเต้คือเครื่องดื่มที่เขาโปรดปราน ไม่นานนักกลิ่นของมันก็กรุ่นอยู่ในมือ  

เขาที่นั่งด้านริมกับโซฟานุ่ม ๆ ช่วยทำให้ชายหนุ่มผ่อนคลาย 

เม็ดฝนยังคงตกไม่ขาดระยะ 

ทีจิบกาแฟเพื่อคลายความเย็นจากอากาศภายใน

และภายนอกช่วงเดือนธันวาคม แม้จะไม่หนาวมากนัก

แต่พอฝนตกแบบนี้ มันก็ทำให้คนเหงา ๆอย่างเขาหนาวไปถึงกระดูกได้เหมือนกัน

เขาเพิ่งรู้ว่าลาเต้นั้นจืดชืด และไร้รสชาติ…….เมื่อมองคู่รักภายในร้านนั่งพูดคุย

หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน   หากเขามีใครสักคนอยู่เคียงข้างก็คงดีไม่น้อย  

แต่บางอย่างบอกว่ามันไม่ใช่  ไม่ว่าเขาจะลองคบหญิงสาวเลิศเลอแค่ไหน 

เติมเต็มมากไหร่ หัวใจเขากลับว่างเปล่ามากเท่านั้น 

ขอโทษค่ะ คุณธีรศิลป์ใช่มั้ย ขอลายเซ็นหน่อยค่ะ

เสียงหญิงสาววัยรุ่นอายุราวยี่สิบกว่า ๆ เอ่ยขอลายเซ็นเขาอย่างนุ่มนวล  ครับ ทียิ้ม พร้อมกับตวัดปากกาที่เธอส่งให้ลงบนกระดาษแผ่นเล็กขอบคุณค่ะ เธอกล่าว แล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะตัวเอง 

ทีมองแก้วกาแฟตัวเองอีกครั้ง  มันเย็นชืดและไร้กลิ่นกรุ่นพร้อมกับเม็ดฝนที่เริ่มขาดระยะ 

ทีตัดสินใจลุกออกจากร้าน กลิ่นกาแฟจากโต๊ะอื่นยังคงกรุ่นอยู่ในใจ  

ถนนสองข้างทางมีแต่รถ  แสงไฟจากห้างร้านต่าง ๆ

ส่องสว่างกลบแสงจันทร์ในคืนเดือนค่ำ  ทีคุณคิดอะไรอยู่บอกผมได้มั้ย…”เสียงจอนถาม ดึงทีสู่โลกปัจจุบัน

ผมกำลังคิดว่าทำไมหัวใจของผมถึงไม่หยุดเต้น ทีตอบ 

พร้อมกับซุกใบหน้าลงแนบต้นคอคนรัก  เลือดเนื้ออุ่น ๆ ของจอน

ตัวตนของจอนหัวใจของจอน….ทุกอย่างเป็นเพราะจอนใช่หรือเปล่านะ? ที่ทำให้เขามีชีวิตอย่างแท้จริง

  คุณไม่อยากฟื้นขึ้นมาใช่มั้ย ปลายเสียงจอนแผ่วหวิวจนทีใจหาย

กลัวคนอ่อนไหวจะเข้าใจผิด

ไม่ใช่ตอนที่ถูกยิงหรอกจอนคุณอย่าคิดว่าตัวเองไม่สำคัญสำหรับผมได้มั้ย? 

ผมหมายถึงเมื่อ 2 ปีก่อน ช่วงที่ผมกำลังดัง

  เล่าให้ฟังได้มั้ย? “ จอนถาม ผละตัวออกจากอ้อมอกที 

แววตาเข้มแข็งฉายแววเจ็บปวดเพียงเสี้ยวหนึ่ง  แล้วเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน

เมื่อแววตาคู่นั้นมีภาพรอยยิ้มจอน   

เรียวแขนเล็กโน้มคอคนขี้เหงา และช่างออดอ้อนไว้ในอ้อมกอดตัวเอง 

แล้วลูบศรีษะเป็นการปลอบโยน และพร้อมจะรับฟังทุกสิ่งทุกอย่างจากคนรัก    

ผู้คนหลากหลายอาชีพต่างทยอยกันกลับบ้าน 

ไหล่ของทีถูกชนครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ถึงอย่างนั้นเขากลับรู้สึกว่าทั้งโลกมีเพียงเขาคนเดียว  

เลือดเนื้อในกายราวกับเป็นของปลอม แต่มีสิ่งหนึ่งที่ยังคงเต้นเป็นจังหวะซ่อนเร้นอยู่ในกาย    ….หัวใจ 

มันร่ำร้องขอบางอย่างจากเขา  …….. อิสระ……หลายปีที่ผ่านมา

มันถูกมัดไว้ภายใต้เลือดที่ทุกคนบอกว่ามันต้องเป็นสีแดงจนแทบจะไร้ความรู้สึก 

และเขาอยากกระตุ้นมันอีกครั้ง…. 

ทีมองเข้าไปยังร้านสักตรงข้ามถนนอีกฟากหนึ่ง

ปีกซาตานสีดำสัญลักษณ์หน้าร้านดึงให้ขาทีวิ่งฝ่ารถบนถนนเข้าไปอย่างลืมตาย

พอรู้ตัวอีกที  ผมได้ยินเพียงเสียงเข็มไฟฟ้าที่ทิ่มแทงลงบนผิวเนื้อของผม

ความเจ็บปวดถูกฝังลงหัวใจผมทุกวินาที

ผมอยากให้มันได้ลิ้มรสความทรมานให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้   

อิสระของมันยังคงมาไม่ถึง  ความเจ็บปวดจึงเป็นสิ่งเดียวที่ทดแทนได้  

แล้วตอนนี้ยังเจ็บอยู่มั้ย เสียงหวานของจอนถาม 

ริมฝีปากนุ่มจรดบนรอยสักที่ต้นแขนทีแผ่วเบาราวกับว่ามันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

  มันหายแล้วจอน …. มันหายเพราะคุณ…”ทีบอก

สองมือประคองเรียวหน้าจอนอย่างทนุถนอม 

หัวใจของผมมีปีกก็จริง แต่ปีกของผมมันบินหนีคุณไปไหนไม่ได้จอน… “ 

งั้นก็อย่าหนีเพราะผมจะผูกมัดคุณไว้ตลอดชีวิตปากบางแสนหวานบอก 

ทีลิ้มรสชาตินี้อีกครั้งด้วยปากตัวเองจูบย้ำ ๆ จูบซ้ำ ๆที่ปากนุ่ม ๆ ของคนรัก  

เวลานี้ ผมกำลังรุนแรงกับร่างกายบอบบางของเขา

จอนที่มีแค่ผมจอนที่พร่ำเรียกแต่ชื่อผม

รักจากเขาเท่านั้นที่คอยหล่อเลี้ยงหัวใจผมแทนความเจ็บปวด

เขาเท่านั้นที่ทำให้หัวใจผมเป็นอิสระอย่างแท้จริง 

จอน….ผมรักคุณ…. 

รัก 

รักจนยอมทำได้ทุกอย่างแม้ต้องหักปีกของคุณผมก็จะทำ….  

                                      The end……

2008/Jan/09

Fiction << bring me to life >>[Tee x Jon]  

ทุกวันของผมผ่านไปพร้อมกับความน่าเบื่อหน่ายผมทำสิ่งสำคัญขาดหายไป

ความทรงจำของผมหล่นหายไปกลางทางและผมกำลังตามหาเศษเสี้ยวที่กระ

จัดกระจายหายไปกลับคืนมา

 

All this time I can't believe I couldn't see

ตลอดเวลาผมไม่อยากจะเชื่อว่าผมไม่เคยรู้จักคุณ
Kept in the dark but you were there in front of me

กักขังตัวเองในความมืด  แม้ว่าคุณอยู่ตรงหน้าผม

เสียงเพลงของevanescenceดังก้องในหูผมครั้งแล้วครั้งเล่า

ผมกดเล่นเพลงนี้ซ้ำไม่รู้ต่อกี่รอบ

ผมเบื่อห้องสีขาวอบอวลด้วยกลิ่นยาเต็มทน 

แต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากนั่งฟังวอคแมนที่แม่ซื้อมาให้ผมแก้เซ็ง 

เมโลดี้ทุกตัว ถ้อยคำทุกประโยคมันกระแทกกระทั้นใจของผมให้คิดถึง

ค่ำคืนยาวนานในห้วงนิทราแห่งความว่างเปล่า 

I've been sleeping a thousand years it seems

ราวกับว่าผมได้หลับใหลนานนับพันปี
Got to open my eyes to everything

ดวงตาของผมเปิดรับทุกสิ่งทุกอย่าง
Without a thought without a voice without a soul

ปราศจากความคิด ปราศจากซุ้มเสียง และไร้ซึ่งจิตวิญญาณ

ผมหลงทาง….อ้างวางและหวาดกลัวดวงตาของผมมองไม่เห็นสิ่งใด

นอกจากความมืด ผมไม่รู้จะไปทางไหน  ไม่ได้ยินแม้เสียงหัวใจของตัวเอง

แต่บางอย่างเรียกร้องผม...ฉุดดึงผมผมเรียกร้องชีวิตเพื่อกลับมาหาใครสักคน 

 

 

Don't let me die here

ได้โปรดอย่าทิ้งผมให้ตายตรงนี้
Wake me up inside….
ปลุกผมให้ตื่นขึ้นCall my name and save me from the dark…เรียกชื่อผมและฉุดดึงผมจากความมืด   

ฝ่ามือของผมอุ่นวาบ ปลายนิ้วมือเรียวเล็กของใครสักคน

เกี่ยวกระหวัดแนบสนิทกับนิ้วมือของผมไว้แน่น

หลังมือของผมสัมผัสกับผิวแก้มนุ่มและน้ำตาชื้น ๆ ของเขา

เขาเฝ้าบอกรักและเรียกร้องให้ผมตื่นขึ้นอีกครั้ง

เสียงของเขาบอกว่ารักรัก……ทุกถ้อยคำชัดเจนขึ้น

และเลื่อนหายไป

คำว่ารักแทนที่ด้วยเสียงตุบตุบตุบ

ผมได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองอีกครั้ง  

 

 

Wake me up inside….

คุณปลุกผมขึ้นมาCall my name and save me from the dark…เรียกชื่อผมและฉุดดึงผมจากความมืดBring me to life….นำผมสู่ ชีวิต  

  ได้เวลาพักผ่อนแล้วนะค่ะ เสียงพยาบาลชุดขาวบอกผมอย่างอ่อนโยน

ผมตื่นขึ้นจากภวังค์ ความอบอุ่นหายไป ตั้งแต่ผมลืมตาขึ้นมาในวันนั้นทานยาค่ะ ครับ ผมรับยาจำนาวหลายเม็ด แล้วกลืนมันลงคออย่างง่ายดายใกล้หายแล้วนะค่ะ กำลังใจดีก็อย่างนี้แหละค่ะ เธอยิ้มครับ

คืนนี้เขาคงมาอยู่เป็นเพื่อนคุณอีกตามเคย เห็นแล้วก็อิจฉาแทนจริง ๆเลยค่ะ

เธอกล่าวต่อ ผมงุนงง ใครกันจะว่าพ่อกับแม่ก็ไม่ใช่ เพราะท่านจะมาเฝ้าผมแค่ช่วงกลางวันเท่านั้นใครเหรอครับ ผมรั้งแขนเธอไว้ เธอยิ้มอย่างเอ็นดูในดวงตาฉงนของผมไม่ทราบสิค่ะ แต่เขามาหาคุณทุกคืน ตั้งแต่คุณฟื้น

เหรอครับ ผมปล่อยมือจากข้อมือบอบบางของคุณพยาบาล

เธอเดินจากไปอย่างเงียบ ๆในหัวของผมผุดใบหน้าของใครคนหนึ่งขึ้นมา 

--- “ คุณทีจำผมได้มั้ยครับ “--- --- “ จอนเราเคยเจอกัน สองสามครั้งใช่มั้ย”---   

ทำไมผมถึงลืมเขาไม่ลง ผมจำได้แม้กระทั่งดวงตาเป็นประกายยามผมเอ่ยชื่อเขา

ริมฝีปากบางที่เรียกชื่อผมอย่างดีใจ  แม้แต่เสี้ยวหน้าที่เขาหันหนีพร้อมกับหยาด

น้ำร้อนที่ขอบตา เมื่อเขารับรู้ว่าผมจดจำเขาได้เพียงแค่ไม่กี่วัน 

All this time I can't believe I couldn't see

ตลอดเวลาผมไม่อยากจะเชื่อว่าผมไม่เคยรู้จักคุณ
Kept in the dark but you were there in front of me

กักขังตัวเองในความมืด  แม้ว่าคุณอยู่ตรงหน้าผม   

ผมหลับตาลงพร้อมกับใบหน้าหวานของเขาจอน….ผมไม่อยากจะเชื่อว่าเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน 

---- “ เฮ้ย!!! คุณ…..”--- 

----- “ ขอบคุณนะที่เป็นห่วงปีศาจอย่างผม”---- 

---- “ คุณไม่อยากให้ผมอยู่ด้วยหรือไง!!!”---- 

----“ ผมจะไม่เลิกคบกับเขา”---- 

---- “ ผมขอโทษจอน….เรากลับมาเหมือนเดิมเถอะนะ”--- 

----“ ผมคิดถึงคุณ”----  ------“ ผมรักคุณ”-----   ----“ ปัง!!!!!!!”----   ผมมองตัวเองในความฝันผมตามเก็บเศษเสี้ยวของมันทีละชิ้น ๆ ตัวตนของเราสองคนกระจ่างในความทรงจำของผม….  

ทีคุณทีผมรักคุณ….”

ผมได้ยินเสียงเขา  ดวงตาของผมเปิดออกอย่างช้า ๆ 

ร่างบอบบางนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียงคนไข้เกาะกุมมือ

และซบใบหน้าของเขากับฝ่ามือของผม 

แก้มนุ่มนวลเปียกชื้นด้วยน้ำตา ร่างของเขาสะอื้นจนตัวโยน

ผมปล่อยให้เขาจมอยู่กับความทุกข์เพียงคนเดียว

ที……ผมอยากได้ยินเสียงคุณเรียกชื่อผม…” จอน ผมเรียกชื่อเขา  ปลายนิ้วของผมไล้ผิวแก้มเพื่อปราดน้ำตาออกเพียงแผ่วเบาเขายังไม่เงยหน้ามามองผม  ฝันไป เขาคงคิดอย่างนั้นผมไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย จอน เด็กดีของผม ผมเรียกเขา เลื่อนมืออีกข้างหนึ่งลูบเส้นผมละเอียดของเขาอย่างอ่อนโยนผมกลับมาแล้ว “ …ทีผมฝันไปใช่มั้ย….”เขายังคงเพ้อ และไม่อยากจะเชื่อ

เด็กดีของผม ผมกลับมาแล้วจริง ๆผมขยับตัวขึ้นนั่ง ก้มลงจูบขอบตาแดงกล่ำ

เพื่อซับน้ำตาอย่างที่เคยทำผมดึงตัวของเขาเข้ามากอดในใจของเขาร้อนรนและสับสนอย่าร้องนะนิ่งซะจอน…”ผมปลอบเขา อ้อมแขนของผมกระชับร่างบอบบางแน่นขึ้น

และแน่นขึ้น  เราใกล้กันสัมผัสกันและกันอย่างที่เคยทำด้วยอ้อมกอด

ด้วยความรัก.....ด้วยริมฝีปาก ผมรอจนเสียงสั่นสะอื้นของเขาหายไป  เราสบตากันและกันลึกซึ้งและอบอุ่นคุณจริง ๆใช่มั้ย เขาถามผมอีกครั้ง  นัยตากลมใสมองผมด้วยความเว้าวอนในคำตอบและเต็มเปี่ยมด้วยความหวัง

ผมส่งยิ้มให้เขา ประคองใบหน้าของเขาด้วยสองมือของผม

มองรายละเอียดบนใบหน้าของเขาด้วยความชื่นชม

สายตาของผมที่เป็นของเขามีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้และเข้าใจรู้หรือยังว่าใช่ผมคนเดิมหรือเปล่า ผมถาม

ดวงตาของจอนหลุบต่ำ แก้มนวลสะท้อนแสงสลัวเพียงเล็กน้อย

แม้จะเปื้อนคราบน้ำตา แต่ผมรู้ว่าเขาน่ารักที่สุด 

ผมจับจ้องริมฝีปากบางที่เม้นแน่ของเขา เพื่อรอฟังคำตอบทีผมไม่อยากจะเชื่อเลยผมอยู่กับคุณทุกคืนแต่คุณไม่เคยเห็นผม….ไม่เคยรับรู้เลยแล้วคืนนี้คุณกลับจำผมได้ผม…”

ผมขอโทษที่ทำให้คุณร้องให้และอยู่คนเดียว

ผมเช็ดน้ำตาที่เอ่อล้นออกมาจากดวงตาจอนอีกครั้ง 

ทุกคืนของคุณไม่เคยเสียเปล่าจอนคุณทำให้ผมตามหาความทรงจำที่ขาดหายของเราได้อีกครั้ง ผมดีใจที่คุณไม่คิดจะทิ้งมันไป เขาบอก พร้อมกับรอยยิ้มที่ผมห่างหายไปนานแสนนาน ผมจะไม่ทำมันเป็นครั้งที่สองผมรักคุณ…”ผมก็เหมือนกัน

เราตอบแทนความรักของกันและกันด้วยอ้อมกอด 

ใบหน้าของเขาซบลงบนหน้าอกข้างซ้ายของผมผมอยากให้เขาฟังจังหวะหัวใจของผมที่เต้นเป็นคำว่าจอนจอน 

                                             

                                                    --- end ---